ขอขอบคุณผู้สนับสนุนที่น่ารักอย่างเป็นทางการด้วยความรักอย่างยิ่งยวด 

 

มาแล้วววว

บับแว่ห์ ไม่เผานะฮะ

แต่ปั่นอย่างมันส์มือมาก **ฮา**

 

คิดว่ามันยาวนิดหน่อยนะฮะ....

เป็นการทำงาน3วันที่((ผปค.))สนุกมาก

ส่วนโอบอมหรอ? ไปถามเจ้าตัวเองดีกว่าฮะ **กร๊าก**

 

 

3 วันที่โรงงานนรกกับคุณบิยู

 

เช้านี้จางโอบอมตื่นเร็วกว่าปรกตินิดหน่อย เพื่อที่จะได้มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้นและไปทำงานที่โรงอาหารทันเวลา ถึงแม้ว่าจะเผลอหลับในห้องน้ำไปแป๊ปนึงก็เหอะ เขาก็ยังพอจะมีเวลาเหลืออยู่เกือบครึ่งชั่วโมง สำหรับแต่งตัวและเผ่นไปโรงอาหาร ว่าแล้วก็รีบใส่เสื้อแล้ววิ่งไปที่โรงอาหารอย่างว่อง แต่ระหว่างทาง... อากาศที่แสนจะสบายของม. ลมเย็นๆ กับแดดอ่อนๆ มันทำให้เขารู้สึกแปลกๆไป

 

ทำไมมันเหวงๆฟระ...

 

ลมเย็นๆลูบไปทั้งขา....

 

 

 

 

 

 

อื้ม....เข้าใจแล้ว....

 

 แล้วก็วิ่งกลับหออีกครั้ง

 

ทำไมน่ะหรอ? คนอย่างจางโอบอมคำว่าลืมของน่ะไม่มีหรอก มีแต่ ขี้เกียจพกไป แต่ก็เป็นส่วนน้อย เพราะทหารจำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อมเสมอ(?) แต่ที่กลับมาที่หออีกครั้ง ปัญหามันใหญ่กว่านั้น....นั่นก็เพราะว่ากางเกงตัวดีที่รักยิ่งของเขาน่ะ....

 

ซิปแตก.....

 

เจอเรื่องแบบนี้ตั้งแต่หัววัน ไม่รู้ว่าจะเป็นรางร้ายหรือเปล่า...แต่คง....ไม่ล่ะมั้ง....

 

หลังจากที่จัดการเปลี่ยนกางเกงเรียบร้อยแล้ว ทหารหนุ่มก็รีบคว้าเข็มขัดและจรลีวิ่งไปที่โรงอาหารอีกครั้งในระหว่างที่ใส่เข็มขัดไปด้วย

 

วันที่1เมื่อไปถึง.... ก็จัดการปัดเสื้อผ้าเล็กน้อย ดึงเสื้อให้เข้าที่ ก่อนจะมองเข้าไปข้างในโรงอาหารที่ตอนนี้มืดสนิท และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่ เขาค่อยๆเปิดประตูเข้าไปช้าๆ...

 

เงียบ.....เชียบ.......

 

“อันยอง’เซโย”

 

เงียบ....

 

“มี’ฮัมนีดา?” **เสียงสูงหน่อย**

 

เงียบอีก......

 

หรือว่าเขาต้องเวิ่นภาษาจีน?

 

“นี่! นายหัวหงอกคนนั้นน่ะ!”

 

เหมือนอะไรปักเข้าอกอย่างจัง จนต้องซี๊ดปากก่อนจะค่อยๆเหลือบมองไปยังต้นเสียง...อุ่ย....นูกูนิ? **เสียงสูงอีกนิด**

“ชั้นบิยู เป็นหัวหน้าเชฟ คงจะรู้แล้วสินะ” ว่าไม่ทันจบผ้ากันเปื้อนผืนให้ก็ลอยมาโปะที่หน้าจางโอบอมอย่างจัง ไม่ทันที่จะได้หยิบมาใส่ ถ้วน ถัง กะละมัง หม้อ ก็ตามมาติดๆ ผ้ากันเปื้อนที่พึ่งจะใส่ได้แค่คล้องคอจำต้องปล่อยไว้แค่นั้น และรับของกองใหญ่มาหอบไว้ คุณบิยูก้าวฉับๆไปอย่างรวดเร็ว

 

“เร็วๆสิ!”

 

“ข..ขอโทษครับ”

 

จางโอบอมก็รีบก้าวตามไปอย่างรวดเร็วและปล่อยผ้ากันเปื้อนปลิวว่อนๆเหมือนผ้าคลุมซุปเปอร์แมนไปก่อน ทั้งๆที่มองไม่เห้นทางเดินเลยด้วยซ้ำไป

 

เมื่อรู้สึกว่าน่าจะเดินมาถึงครัวแล้ว ของในมือก็ถูกหยิบออกไปโดยอัตโนมัติ เหมือนกันมองเห็นโลกได้อีกครั้ง......

“แล้วนี่ งานของนาย” ว่าแล้วก็โยนม้วนกระดาษอย่างหนามาให้นายทหารอย่างแม่นยำ เขาทำได้เพียงผงกหัวรับก่อนจะเปิดมันออกดู

 

พรึ่บ

 

ม้วนกระดาษก็กลิ้งยาวลงไปถึงพื้น....

 

อื้อหือ.... งานสำหรับสามวัน...

 

เป็นลูกมือทำอาหาร ล้างจาน จัดของ เก็บของเข้าที่ บลาๆๆๆๆ แค่เห็นตัวหนังสือเต็มกระดาษก็อยากจะกลอกตาดำกลับเข้าไปข้างใน แต่ยังไม่ทันจะลองทำเสียด้วยซ้ำ

 

“มัวทำอะไรอยู่ล่ะ ชักช้างานไม่เสร็จกันพอดี” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้ว...อื้ม...หน่ะ.... จางโอบอมสะดุ้งเล็กๆ(?) ก่อนจะผงกหัวให้เธอ นายทหารรีบถอดเสื้อคลุมทหารไปแขวน ถกแขนเสื้อขึ้น และจัดการเริ่มงานตามรายการ

 

เป็นลูกมือทำอาหาร...

 

 

จางโอบอมวิ่งวุ่นอยู่ในครัว คอยช่วยหยิบนู้นหยิบนี่ให้กับคุณบิยู ล้างผักบ้างล่ะ หยิบจานบ้างล่ะ ทำอาหารเสร็จไปไม่กี่อย่างเสื้อเชิ้ตของเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว....

 

ปุจฉา ... รู้สึกยังไงกับการทำงานครั้งนี้คะ?

วิสัชนา ... โคตรเหนื่อยเลยครับ...

 

ความรู้สึกเหมือนกันการแข่งขันวิ่ง500เมตรชาย หรืออาจจะหนักกว่านั้น ถ้าเป้นการแข่งขันจริงๆล่ะก็ จ๊อด จางโอบอมชนะเลิศครับ แต่การแข่งขันนี้ไม่ได้แข่งกับเวลาหรือคู่แข่งคนอื่น แต่เป้นการแข่งขันที่ว่า จางโอบอมจะหาของเจอก่อน ล้างผักเสร็จก่อน หรือ จะโดนคุณบิยูด่าก่อนกัน...

 

 

ปิ๊งป่อง...


 

“ชั้นบอกว่าอยู่ที่ตู้ชั้นสอง!”

“นายล้างผักหรือซักผ้ากันแน่!”

“บอกให้เร็วๆหน่อยไม่ได้ยินหรือไง!”

 

-เอวัง-

 

จางโอบอมทิ้งตัวแหม่ะลงบนเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า...เผลอแป๊ปเดียวเย็นแล้วหรอเนี่ย...

 

วันนี้เค้าทำอะไรไปบ้างวะ? ล้างจาน จัดของ ล้างผัก จัดตู้เย็น ล้างจาน แล้วก็ล้างผัก โอ้ว แม่ครับ ผมเข้าใจแล้วล่ะเวลาแม่จะทำกิมจิมันทรมารขนาดไหน(?)

 

การทำงานครั้งนี้ก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดเอาไว้ ตกเก้าอี้ ตกบันได เพราะรีบก็เยอะแยะไป เหยียบเขียงลื่นล้ม ถุงพาสติกอีก ศอกเขียว เข่าเขียว เยอะแยะไปหมด ในขณะที่กำลังนั่งพักให้หายเหนื่อย แล้วค่อยเดินกลับไปพักผ่อนบนห้องอีกต่อหนึ่ง เสื้อทหารของเขากับข้าวหนึ่งจานก็โยนแหม่ะมาตรงหน้า

 

จางโอบอมค่อยๆเงยหน้าขึ้น ก็พบอาเจ้บิยูยืนทะมึนอยู่ เอ่อ....อ....อะไรหรอครับ.... ทำไมมันเสียวสันหลังวูบๆ

 

“วันนี้งานเยอะไปหน่อย นายยังไม่ได้พักเลยสินะ”

 

“ค...ครับ”

 

“กินให้หมดแล้วก็กลับไปพักผ่อนได้แล้ว” บิยูคว้าผ้ากันเปื้อนที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

จางโอบอมอยากจะร้องไห้....ในที่สุดก็จะมีอะไรตกถึงท้องแล้ว....

 

 

วันที่2ของการทำงาน จางโอบอมเดินเข้าห้องน้ำในสภาพมึนหัวสุดๆ แต่ก็ต้องตื่นเต็มตาเมื่อส่องกระจก

 

“เฮ้ยยยยยยยยยยยย”

 

ว่าแล้วก็เอามือมาแปะแก้มสองข้างดังป้าบ

เค้าจำได้ว่า ตอนอายุ18 ทำงานหนักให้ตายหน้าเค้ายังไม่โทรมได้ขนาดนี้ สงสัยเค้าต้องเอาแตงกว่ามาโปะลูกตานอนบ้างแล้วล่ะ

 

ตาดำ คล้ำ บวม อย่างกับคนอดนอนมาซัก3ชาติเศษ...

ถ้าเป็นอย่างงี้ไปอีก2วัน เขาได้กลายเป็นหมีแพนด้าจริงๆแน่

 

ม่ายยยยยยยย เค้ายังไม่อยากกลับจีนตอนนี้ แล้วก็ไม่อยากมาอยู่เชียงใหม่ด้วย(?)

 

 

วันนี้ราวกับวิญญาณหอยทากเข้าสิง จางโอบอมอาบน้ำเอื่อยๆ ยืนให้น้ำจากฝักบัวรดหัวเล่น แต่งตัวช้าๆ เหมือนสล๊อตแก่ๆตัวนึง แต่อย่างน้อย ก็ยังพอมีเวลาจะเดินไปโรงอาหารได้ทันอยู่หรอก หลังจากที่จัดการตัวเองเสร็จ ก็ค่อยๆก้าวลงมาตามขั้นบันไดเอื่อยๆแบบกุเหนื่อย และค่อยๆเดินลากเท้าเจ็บๆข้างนึงไปโรงอาหาร เมื่อไปถึงก็ค่อยๆเปิดประตูเข้าไป

 

“ขอโทษที่ช้าฮะ....”

 

“มาแล้วหรอ? รีบมาทำงานได้แล้ว วันนี้ครัววุ่นวายมาก” ว่าแล้วคุณบิยูก็เดินมาต้อนรับ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว

 

พึ่งมาถึง.....กุยังไม่ได้ก้าวเข้าไปในโรงอาหารเลยครับ...

 

งานในครัวเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ทุกคนดูท่าทางจะวุ่นวายกับในครัวมาก ส่วนนายทหารผู้อิดโรย(?) ก็กำลังล้างจานกันอย่างมึนๆ มึนมาก....มึนขึ้นสูงสุด มึนถึงกับว่า แยกไม่ออกว่าอันไหนด้ามมีด อันไหนใบมีด

 

“โอ๊ะ! โอ๊ยๆ แสบๆ”

 

หลังจากที่คว้ามีดหมับให้มันบาดไปเต็มไม้เต็มมือแล้ว น้ำยาล้างจานที่น่ารักก็เข้าแผลไปอีกหนึ่งช็อต

จนล้างแผลแทบจะไม่ทัน ทหารหนุ่มซี๊ดปาก ก่อนจะคว้าพาสเตอร์ยากับน้ำในกระเป๋าออกมาแปะแผลไว้ คิดถูกจริงๆที่พกเข้านี่มาด้วย...

 

หลังจากล้างจานเสร็จ ก็จัดของเข้าที่ให้เรียบร้อย... มีเวลา3วินาทีเพื่อพักหายใจ

 

หายใจเข้าหนึ่งเฮือก....

 

“ล้างจานเสร็จแล้วหรอ...งั้นมาช่วยทางนี้หน่อย”

 

คุณบิยูที่เข้ามาพอดี เรียกให้เขาออกไปช่วยงานเธอก่อน

 

หายใจออกแล้วก็เดินไปทำงานต่อ

 

 

ดูเหมือนว่าตอนนี้สภาพห้องเก็บของจะเละเทะมาก ข้าวของกระจัดกระจายอยู่ไม่เป็นที่ คงจะเพราะความรีบในการทำงาน เลยจำเป็นที่จะต้องลื้อๆออกมาจนหมดเพื่อหาของ จางโอบอมจัดการเครียร์ของทุกอย่างเข้าที่ แยกประเภทจานชาม ข้านส้อม มีด แก้วน้ำ เก็บไว้ตามขึ้น แยกของล้างใหม่กับของเก่า

 

โอเค....น่าจะใช้ได้แล้วล่ะ...

 

หลังจากที่เรื่องวุนวายสงบลงได้ซักพัก จากที่ยืนขาสั่นพับๆมาตลอดทั้งวัน นายทหารก็ถึงกับเข่าอ่อนล้มนั่งแหม่ะหน้าซิ้งล้างจานแบบ ขากุไม่ไหวแล้วครับ

 

เดาได้ว่าวันนี้จางโอบอมเดินไปเดินมาเดิน100กิโลแบบไม่ได้พัก...อยากจะรู้นักว่าน้ำหนักเค้าลดลงไปกี่โลแล้ว....หรือว่าน่องขาเขาจะเป็นกล้ามไปแล้ว?

 

แต่ที่รู้ๆตอนนี้เขาลุกไม่ขึ้นแล้ว ขามันสั่นแบบไม่มีแรงเหลือ

 

เสียงพูดคุยหงุงหงิงของบิยู และอังเดรดังขึ้น ก่อนที่คุณบิยูจะเดินเข้ามาหานายทหารที่ได้แต่นั่งแหม่ะอยู่บนพื้น

 

“เหนื่อยหน่อยนะ”

 

ว่าแล้วผ้าชุบน้ำก็โยนแปะลงมาบนหัวเค้า

 

“แต่ก็ต้องขอบใจเธอมาก”

 

จางโอบอมหยิบผ้ามาเช็ดหน้าก่อนจะเงยหน้ามองบิยูด้วยรอยยิ้มใสซื่อตามฉบับจางโอบอมให้บิยู


“ไม่เป็นไรครับ แค่นี้เล็กน้อย”

 

วันที่3ของการทำงาน

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

นี่เสียงนาฬิกาปลุก

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

นี่เสียงนาฬิกาปลุก

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงง

ก็ยังเป็นนาฬิกาปลุกอยู่

 

โครม!

นี่ก็นาฬิกาปลุก

 

จางโอบอมลุกขึ้นเกาหน้าเกาหัว แล้วเหลือบไปมองซาดนาฬิกาที่ตัวเองปัดลงไปนอนเดี้ยงอยู่บนพื้น หน้าปัดมันหันมามองที่เขาราวกับถามว่า

 

ชุ้นผิดอะไรฮร้าาาาาาาาาาาาาา

 

ผิดที่ปลุกคนนอนไม่พอนี่แหละ...

 

ความรู้สึกของเมื่อคืนคือ มาถึงห้อง ปิดประตู ล็อค เดินเป๋ๆมาที่เตียง นอนแหม่ะ แล้วก็สลบยาว

 

แต่เช้านี้คงทำอย่างนั้นไม่ได้... ว่าแล้วจางโอบอมก็เดินเป๋ๆไปชนขอบประตูห้องน้ำก่อนจะเซตัวเอียงๆเข้าห้องน้ำไป

 

“นายไปทำอะไรมา....”

 

บิยูถามทันทีที่เจอหน้านายนักเรียนทหารจางโอบอม เขาได้แค่ยิ้มยิงฟันทั้งที่ตายังปิดอยู่ หัวกระเซิง ตาคล้ำ หน้าหมอง ดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรง

 

“ฮ่ะๆ วันนี้มีงานอะไรบ้างฮะ?”

 

“วันนี้งานไม่เยอะมาก...จัดการแค่ช่วงเช้าก็พอ” ว่าแล้วบิยูก็เดินหายไป กิจกรรมประจำสามวันของจางโอบอมก็เริ่มขึ้น

 

จัดของในตู้เย็น ล้างผัก ล้างจาน เก็บของเข้าที่

มีเวลาพักซักแป๊ปก็กลับมาทำงานใหม่ 

เที่ยง....งานก็เสร็จเรียบร้อย...

 

จางโอบอมเดินเหม่อมาเกาะขอบประตูอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะค่อยๆเดินเป๋ๆไปนั่งแหม่ะที่โต๊ะแล้วฟุบลงกับโต้ะจนหัวโขกโต๊ะดังโป้ก

 

“เอ้าๆ เดี๋ยวก็หัวแตกกันพอดี” บิยูเดินออกมานั่งฝั่งตรงข้ามกับเค้าพอดี จางโอบอมเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มกว้างให้อาเจ้บิยู

 

“แค่นี้เล็กน้อยครับ”

 

คุณบิยูเลิกคิ้ว

 

“สภาพอย่างงี้ นายเอาแรงที่ไหนมายิ้มอีก...”

 

แต่จางโอบอมก็ยังยิ้มอยู่

“รอยยิ้มทำให้อะไรหลายๆอย่างดีขึ้นนะครับ”


บิยูยื่นมือมาขยี้หัวนายทหารก่อนจะเอ่ยแซว

“ผมหงอกสวยดี”

 

ฉึก!

 

เอาเถอะ เค้าจะถือว่าเป็นคำชม

 

“หมดเวลาของนายแล้ว กลับไปพักผ่อนซะเจ้านักศึกษา” บิยูลุกขึ้น เก็บเก้าอี้ไว้ใต้โต๊ะและเดินหายเข้าไปในครัว

“ทราบแล้วครับคุณบิยู”

 

ยกมือขึ้นมาตะเบ๊ะทั้งๆที่ยังยกหัวขึ้นจากโต๊ะไม่ไหว ก็เลย....หลับไปทั้งอย่างนั้นน่ะแหละ…

 

 

 

อิย๊าาาา หนูมันส์มือ อยากแต่งยาวๆกว่านี้แต่สงสารลูก **กอดปลอบ**

Comment

Comment:

Tweet

ว้ายตายแล้ว ชั้นลืมเมนท์ //เขิน
นั่งมองอยู่นานแต่ก็ไม่ได้เมนท์ อย่างน้อยมารับรู้หน่อยนะคะว่าอ่านแล้ว ๕๕๕

อาเจ๊บิยูดูเป็นสาวโหดแต่ใจดี (เอ๊ะยังไง?)
บอมเอ๊ย...หาเรื่องตัวเองอีกแล้ว น่าสงสารแท้ //ปาดน้ำตา
แต่ก็เป็นงานที่สมกับเป็นบทลงโทษดีนะคะ '3') //ทำหน้าเนียน

#2 By unerase* on 2011-12-10 18:24

//ลงไปขำกับพื้น...

โอยยยยย สงสารโอบอม *น้ำตาไหล*
ขอบคุณสำหรับความเหน็ดเหนื่อยนะครับ ฮะๆ
อังเดรฝากชมมาว่าทำงานดีมาก ไว้วันหลังจะทำอะไรเลี้งยนะครับ
ส่วนอาเจ๊ก็บอกชมแค่ว่า ก็ดี

สนุกมากเลยครับ ขอบคุณมาก ๕๕๕ ไม่ยาวเลยครับผมชอบ

#1 By Kai_Ba on 2011-11-29 21:32